ข่าวเทคโนโลยีล่าสุด

บริษัทเจาะอุโมงค์ไฮเปอร์ลูปของ “อิลอน มัสก์” ระดมทุนล่าสุด $117 ล้าน

บริษัท Boring Co ของมหาเศรษฐีนักพัฒนาเทคโนโลยี อิลอน มัสก์ หาเงินลงทุนได้เพิ่มอีก $117 ล้านดอลลาร์ในการระดมทุนครั้งล่าสุด โดยมาจากนักลงทุนที่ไม่เปิดเผยชื่อ 20 รายด้วยกัน จากการเปิดเผยของบริษัทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ Boring Co เคยระดมทุนได้มาแล้ว 112 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ซึ่งมัสก์เป็นผู้ลงทุนราว 90% ของเงินจำนวนดังกล่าว
Boring Co
คือบริษัทที่ อิลอน มัสก์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ขุดเจาะอุโมงค์สำหรับระบบขนส่งใต้ดินความเร็วสูงแห่งอนาคตที่เรียกว่า Hyperloop ที่มีเป้าหมายสร้างระบบขนส่งความเร็วสูงที่ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Boring Co ได้สร้างอุโมงค์ทดลองเสร็จสิ้นไปแล้วที่เมืองฮอว์ธอร์น รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีแผนจะก่อสร้างอุโมงค์เพิ่มที่นครชิคาโกและนครลาสเวกัสเร็วๆ นี้
Hyperloop คือระบบท่อขนส่งแรงดันต่ำที่ใช้ยานพาหนะคล้ายแคปซูลในการเดินทางภายในท่อนั้น ทำให้เดินทางได้เร็วเพราะมีแรงต้านทานน้อย และประหยัดพลังงาน โดยตัวท่อจะมีทั้งส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินและอยู่ใต้ดิน
อิลอน มัสก์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla และบริษัทด้านอวกาศ SpaceX ด้วยนั้น ระบุว่า ระบบรถด่วน Hyperloop จะสามารถสร้างสถิติโลกขึ้นมาใหม่สำหรับการเดินทางภาคพื้นดิน ด้วยความเร็วใกล้เคียง 1,200 กม./ชม.
นั่นหมายความว่า ระยะทางจากนครลอสแองเจลลีสไปนครลาสเวกัส ที่ปกติแล้วใช้เวลาขับรถราว 4 ชม. จะย่นเหลือเพียง 30 นาทีหากเดินทางด้วย Hyperloop

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

โทรศัพท์มือถือที่คุณพกติดตัว อาจจะถูกแฮ็กและใช้สอดแนม โดยที่คุณไม่รู้ตัว

สมาร์ตโฟนคือหน้าต่างในการติดต่อกับโลกกว้างของใครหลายคน แต่ถ้ามันเป็นหน้าต่างที่เปิดให้คนภายนอกเข้ามายุ่มยามในชีวิตส่วนตัวของคุณล่ะ?
คุณเคยคิดบ้างไหมว่า อาจจะมีสายลับแฝงตัวอยู่ในกระเป๋าของคุณ
ลองจินตนาการว่า แฮ็กเกอร์สามารถติดตั้งสปายแวร์ลงในโทรศัพท์ของคุณจากระยะไกลได้ ทำให้พวกเขาเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างในโทรศัพท์ของคุณ รวมถึงข้อความที่เข้ารหัส อาจจะถึงขั้นควบคุมไมโครโฟนและกล้องได้ด้วย
เหตุการณ์เช่นนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดูไกลเกินความเป็นจริงก็ได้ เรามีหลักฐานสำคัญที่ระบุว่า มีการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแกะรอยผู้สื่อข่าว นักเคลื่อนไหว และทนายความ จำนวนมากทั่วโลก
แต่ใครที่ทำเรื่องแบบนี้ และเหตุผลคืออะไร? เราจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อป้องกันปัญหานี้
ไมก์ เมอร์เรย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ของ Lookout ในนครซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นบริษัทที่ช่วยเหลือรัฐบาลต่าง ๆ ภาคธุรกิจและผู้บริโภคในการรักษาข้อมูลของตัวเองให้ปลอดภัย
เขาเล่าถึงวิธีการทำงานของ ซอฟต์แวร์สอดแนมที่ชาญฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีการพัฒนาขึ้น ซอฟต์แวร์นี้ทรงพลังมากจนได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาวุธอย่างหนึ่ง และการซื้อขายต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด ไมก์ บอกว่า “ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์นี้ สามารถแกะรอยคุณได้ด้วยจีพีเอสของคุณ”
“พวกเขาสามารถเปิดไมโครโฟนและกล้องเมื่อไหร่ก็ได้ และบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณ มันแอบเข้าแอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดียที่คุณมีทุกแอปฯ ได้ด้วย มันขโมยภาพถ่ายและหมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลในปฏิทินของคุณได้ รวมถึงอีเมลและเอกสารทุกอย่างที่คุณมี”
“มันเปลี่ยนโทรศัพท์ของคุณให้เป็นอุปกรณ์ดักฟัง ที่พวกเขาใช้แกะรอยคุณได้ และขโมยข้อมูลทุกอย่างในนั้น”
สปายแวร์ เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว เป็นการเปิดทางสู่โลกใบใหม่
ซอฟต์แวร์นี้ ไม่ได้สกัดข้อมูลที่อยู่ระหว่างทาง ซึ่งปกติจะถูกเข้ารหัสไว้แล้ว แต่เมื่อมีสปายแวร์อยู่ในเครื่อง มันจะใช้ประโยชน์จากหน้าที่การทำงานต่าง ๆ ของโทรศัพท์ได้ เทคโนโลยีนี้มีความก้าวหน้ามาก และแทบจะไม่สามารถตรวจจับได้เลย
บล็อกเกอร์อังกฤษตกเป็นเป้าหมาย
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า ใครอยู่เบื้องหลังอีเมล์ที่ถูกส่งมา
โรรี โดนากี เป็นบล็อกเกอร์ ที่ก่อตั้งกลุ่มรณรงค์ตะวันออกกลางและจัดทำเว็บไซต์ขึ้น เขารายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งแต่การปฏิบัติต่อแรงงานอพยพไปจนถึงนักท่องเที่ยวที่มีปัญหาด้านกฎหมาย
มีคนติดตามอ่านเรื่องที่เขาเขียนไม่กี่ร้อยคน และพาดหัวเรื่องของเขาก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากกว่าไปที่เห็นตามข่าวต่าง ๆ ในแต่ละวัน เมื่อเขาย้ายไปทำงานให้กับเว็บไซต์ข่าว มิดเดิล อีสต์ อาย (Middle East Eye) ก็ได้เกิดเรื่องไม่ชอบมาพากลขึ้น เขาเริ่มได้รับอีเมลแปลก ๆ จากคนที่ไม่รู้จัก และในอีเมลมีลิงก์แนบมาด้วย
โรรี ส่งต่ออีเมลที่น่าสงสัยนี้ให้กับกลุ่มวิจัยที่ชื่อว่า ซิติเซน แล็บ (Citizen Lab) ที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต ซึ่งเป็นกลุ่มที่ช่วยตรวจสอบการสอดแนมดิจิทัลต่อผู้สื่อข่าวและคนที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน พวกเขายืนยันว่า ลิงก์ในอีเมลดังกล่าวจะทำให้เขาดาวน์โหลดมัลแวร์เข้ามาในเครื่อง และยังช่วยแจ้งผู้ส่งอีเมลด้วยว่า เขามีโปรแกรมต้านไวรัสชนิดไหนอยู่ในเครื่องบ้าง เพื่อที่จะทำให้เครื่องตรวจไม่พบมัลแวร์นั้น ซึ่งเป็นวิธีที่ชาญฉลาดมาก คนที่พยายามสอดแนมโรรีอยู่ปรากฎว่า เป็นบริษัทสอดแนมทางไซเบอร์ที่ร่วมงานกับรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในกรุงอาบูดาบี ซึ่งช่วยจับตามองกลุ่มต่าง ๆ ที่รัฐบาลเชื่อว่า เป็นพวกสุดโต่งและมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ
พวกเขาถึงขั้นตั้งชื่อรหัสเรียกบล็อกเกอร์อังกฤษที่ไม่ได้มีผู้ติดตามมากคนนี้ว่า “จิโร” (Giro) ด้วย และได้จับตามองสมาชิกในครอบครัวของเขา รวมถึง การเคลื่อนไหวของเขาทุกอย่าง
นักเคลื่อนไหวสิทธิพลเมืองที่ตกเป็นเป้า
ระวังเวลาจะแตะอะไรบนหน้าจอ อาห์เหม็ด มันซูร์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองที่เคยได้รับรางวัลและเป็นที่รู้จัก ตกเป็นเป้าหมายในการสอดแนมของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มานานหลายปี ในปี 2016 เขาได้รับข้อความน่าสงสัย เขาจึงได้ส่งต่อไปให้กับ ซิติเซน แล็บ ทีมงานวิจัยได้ลองใช้ไอโฟนที่ไม่มีข้อมูลสำคัญอยู่ในเครื่อง คลิกที่ลิงก์ และสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขาตกตะลึง ไอโฟนถูกควบคุมจากระยะไกล และข้อมูลถูกส่งออกไปจากเครื่อง
ไอโฟน เป็นหนึ่งในโทรศัพท์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในตลาด แต่สปายแวร์ดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่ชาญฉลาดที่สุดในบรรดาซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกันเท่าที่มีคนเคยพบเห็น ยังสามารถพบจุดบกพร่องในระบบของแอปเปิลได้ ทำให้แอปเปิลต้องอัปเดตไอโฟนทุกเครื่องในโลก
ขณะนี้ยังไม่มีความแน่ชัดว่า มีข้อมูลใดที่หลุดไปจากโทรศัพท์ของมันซูร์บ้าง แต่เขาถูกจับกุมตัวในเวลาต่อมา และถูกจำคุก 10 ปี ขณะนี้เขาถูกแยกขังเดี่ยว
สถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในกรุงลอนดอน บอกกับบีบีซีว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยึดมั่นในมาตรฐานสากลและกฎหมายภายในประเทศอย่างเข้มงวด แต่เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ทางการจะไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของข่าวกรอง…
ผู้สื่อข่าวที่ตกเป็นเป้า
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีคนที่ไม่รู้จักลอบฟังบทสนทนาของคุณ ในเดือน ต.ค. 2018 จามาล คาชูจกิ ผู้สื่อข่าว เดินเข้าไปในสถานทูตซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูล จากนั้นก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลย เขาถูกสังหารโดยสายลับของรัฐบาลซาอุฯ โอมาร์ อับดุลอาซิซ เพื่อนของเขา พบว่าโทรศัพท์ของเขาถูกแฮ็ก โดยเขากล่าวหาว่า เป็นฝีมือของรัฐบาลซาอุฯ โอมาร์ เชื่อว่า การแฮ็กนี้มีส่วนสำคัญที่นำไปสู่การสังหารนายคาชูจกิ พวกเขาติดต่อกันเป็นประจำ และเคยหารือกันเกี่ยวกับเรื่องการเมืองและโครงการที่ทำร่วมกันหลายครั้ง
รัฐบาลซาอุฯ รับทราบถึงการหารือนี้และยังเข้าถึงการส่งเอกสารหรือไฟล์ต่าง ๆ ที่ทั้งสองคนส่งหากันมาเป็นเวลานานแล้ว รัฐบาลซาอุฯ ระบุว่า มีซอฟต์แวร์ที่มุ่งร้ายตามโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก และมีการส่งต่อหมุนเวียนกันไป ไม่มีหลักฐานใดที่ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียอยู่เบื้องหลัง
การแฮ็กที่เกิดขึ้นใกล้ตัวคุณ
“เทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้การคลิก” อาจเป็นการเปิดช่องให้เข้าสู่ซอฟต์แวร์ของโทรศัพท์ได้ง่ายที่สุด ในเดือน พ.ค. 2019 มีเหตุล่วงละเมิดด้านความปลอดภัยของแอปพลิเคชันวอตส์แอปป์ที่โด่งดังเกิดขึ้น ปกติคนจำนวนมากใช้แอปฯ นี้ ในการพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ทั่วไปในชีวิตประจำวัน หากคุณคิดว่า การแฮ็กที่เกิดขึ้น คือ การมีคนมาแอบฟังเวลาคุณโทรคุยผ่านวอตส์แอปป์ อาจจะต้องคิดใหม่
แอปฯ นี้ เป็นเพียงจุดที่เปิดช่องให้เข้าซอฟต์แวร์ของโทรศัพท์เท่านั้น เมื่อเปิดแอปฯ แฮ็กเกอร์จะสามารถดาวน์โหลดสปายแวร์เข้าเครื่องได้ ผู้รับไม่ต้องคลิกลิงก์ใด ๆ ทั้งสิ้น โทรศัพท์จะถูกเจาะเข้าระบบได้ด้วยการใช้แอปฯ นี้โทรออกและวางสาย การแฮ็กเช่นนี้ รู้จักกันในชื่อว่า เทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้การคลิก หรือ ซีโรคลิกเทคโนโลยี (zero click technology)
วอตส์แอปป์ต้องรีบแก้ไขปัญหานี้ให้แก่ผู้ใช้งาน 1,500 ล้านคน แต่ไม่มีใครรู้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการแฮ็กนี้คือใคร ครั้งนี้วอตส์แอปป์ถูกโจมตี แต่ครั้งต่อไปจะถึงคราวของแอปฯ ไหน และใครที่ทำแบบนั้น
สู้กลับ
ใครต้องรับผิดชอบต่อการนำสปายแวร์ไปใช้งานในทางที่ผิด ผู้พัฒนาสปายแวร์ยังคงให้บริการและซ่อมแซมสปายแวร์ให้หลังการขาย
ผู้พัฒนาสปายแวร์ประเภทนี้จำเป็นต้องมีใบอนุญาตส่งออกพิเศษ เช่นเดียวกับสัญญาด้านกลาโหม ต้องซื้อขายกันเพื่อวัตถุประสงค์ในการหยุดยั้งอาชญากรอันตรายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ ซิติเซน แล็บ ได้รวบรวมเอกสารที่พวกเขาเชื่อว่า รัฐบาลที่ซื้อสปายแวร์นี้มาใช้ นำมันไปใช้งานในทางที่ผิด ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ควรจะต้องรับผิดชอบต่อการล่วงละเมิดเหล่านี้ด้วยหรือไม่
ซอฟต์แวร์นี้ต่างไปจากอาวุธอื่น ๆ อย่างปืน เมื่อขายไปแล้ว ผู้พัฒนายังคงให้บริการและซ่อมแซมสปายแวร์ให้หลังการขาย ดังนั้นพวกเขาควรจะถูกตำหนิด้วยหรือไม่ หากซอฟต์แวร์ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดขึ้น
ผู้เล่นสำคัญในตลาดระบบการตรวจสอบข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้องตามกฏหมาย (lawful interception) คือ บริษัทของอิสราเอลที่ชื่อว่า เอ็นเอสโอ กรุ๊ป (NSO Group) ซึ่งอยู่ในวงการนี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว และทำเงินได้หลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ทนายความของอับดุลอาซิซ กำลังฟ้องร้องบริษัทนี้ว่า โจรกรรมข้อมูลในโทรศัพท์ของลูกความของเขา
เรื่องนี้จะช่วยกำหนดว่า บริษัทซอฟต์แวร์ควรจะมีบทบาทอย่างไร เมื่อซอฟต์แวร์ถูกขายออกไป เอ็นเอสโอปฏิเสธการขอสัมภาษณ์ แต่ในแถลงการณ์ได้ระบุว่า เทคโนโลยีของทางบริษัทได้ให้เครื่องมือในการป้องกันและสอบสวนอาชญากรรมร้ายแรงแก่ทางหน่วยงานของรัฐที่ได้รับอนุญาต เทคโนโลยีของทางบริษัทได้ช่วยชีวิตผู้คนไว้แล้วจำนวนมาก
ขณะที่ ทนายความของอับดุลอาซิซ เริ่มได้รับโทรศัพท์ลึกลับผ่านทางวอตส์แอปป์
อีกนานแค่ไหน จึงจะตรวจจับสปายแวร์ไม่ได้เลย
หากได้รับข้อความหรืออีเมลจากคนที่ไม่รู้จัก อย่าคลิกลิงก์เด็ดขาด เป้าหมายสูงสุดของอุตสาหกรรมระบบการตรวจสอบข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้องตามกฏหมาย คือการพัฒนาสปายแวร์ที่ไม่สามารถถูกตรวจจับได้ 100%
ถ้าพวกเขาทำสำเร็จ จะไม่มีใครแจ้งการล่วงละเมิดได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่ามีการล่วงละเมิดเกิดขึ้น เราจะต้องอยู่ในกำมือของผู้พัฒนาสปายแวร์ ไม่ว่าเขาจะใช้มันอย่างถูกกฎหมายหรือไม่
ฟังดูเหมือนเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง เจมส์ บอนด์ แต่นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในโลกใหม่นี้ การคุกคามมีอยู่จริง และเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องคำนึงถึงในอนาคต

เครดิต : (BBC) https://www.bbc.com/thai

Samsung หนุนนวัตกรรม ก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดผู้พิการทางสายตา ด้วยเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ผู้พิการทางสายตามีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ และการเข้าถึงเทคโนโลยี หลายครั้งที่คนทั่วไปเกิดความสงสัยว่า ผู้พิการทางสายตาจะสามารถใช้ชีวิตอย่างไรในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างรวดเร็ว
คำถามต่างๆ เช่น พวกเขาสามารถดูหนังในโรงภาพยนตร์ได้หรือไม่ เวลาไปเที่ยวสถานที่สวยงามต่างๆ จะชื่นชมธรรมชาติและภาพความงดงามนั้นอย่างไร และสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ ความทรงจำดีๆ ผ่านโซเชียลมิเดียให้กับเพื่อนๆ ได้ร่วมรับรู้ถึงความสุขและช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นได้เหมือนกับคนทั่วไปหรือไม่ คำตอบที่หลายคนฟังแล้วคาดไม่ถึงก็คือ “ได้!” โดยเทคโนโลยีนี่แหล่ะที่เป็นตัวทำลายกำแพงและข้อจำกัดด้านร่างกาย
(นางสาวฐิติกาญ สุนทรวิรุฬโรฒ ผู้พิการทางสายตา พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง)
“เทคโนโลยีทุกวันนี้ช่วยให้คนตาบอดสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ภายในช่วงประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก โดยส่วนตัวเป็นคนชอบเรียนรู้และพยายามเปิดใจลองทุกอย่าง ฟีเจอร์อย่าง Accessibility จะมีฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Screen Reader และ Voice Assistant
ซึ่งจะช่วยแปลงทุกอย่างที่อยู่บนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือรูปภาพให้กลายเป็นเสียง สามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่างละเอียด เวลาไปทานข้าวที่ร้านอาหารก็ทำให้สามารถอ่านเมนูอาหารได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป บนสมาร์ทโฟนจะมีแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับผู้พิการอยู่หลายแอปฯ เช่น ‘Be My Eyes’ เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยเหลือคนพิการทางสายตา
โดยถ้าคนพิการต้องการความช่วยเหลือจะสามารถ Video Call ไปที่อาสาสมัคร เพื่อให้อาสาสมัครช่วยอธิบายลักษณะสิ่งของหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบ หรือถ้าเดินหลงทางก็สามารถแจ้งให้อาสาสมัครช่วยอธิบายและบอกทางให้ได้ หรือถ้าต้องการดูหนังก็มีแอปพลิเคชัน ‘พรรณนา’ ที่บรรยายสิ่งที่ฉายอยู่ยนหน้าจอให้เรารู้ ทำให้สามารถจินตนาการได้เหมือนดูภาพจากจอเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้การดำเนินชีวิตในปัจจุบันสะดวกขึ้นมากๆ” นางสาวฐิติกาญ สุนทรวิรุฬโรฒ หรือคุณแอน ผู้พิการทางสายตา พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เล่าถึงบทบาทของสมาร์ทโฟนที่มีต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเธอ
นายบุญประเสริฐ สัตตานุสรณ์ ผู้พิการทางสายตา อาชีพข้าราชการ กล่าวเสริมว่า “เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านหนังสือและใช้แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า “Tap2Read”
ซึ่งในนั้นเป็นเหมือนห้องสมุดที่มีหนังสือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนวนิยาย งานวิจัยต่างๆ โดยแทนที่จะอ่านเป็นตัวอักษรก็ฟังเป็นเสียงแทน อ่านโดยอาสาสมัครที่มาช่วยอ่านและอัดเทปไว้ สมาร์ทโฟนเปลี่ยนชีวิตอย่างมาก ไม่ใช่แค่ผู้พิการเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ได้ถูกคิดค้นขึ้น แต่ทุกคนได้ใช้ประโยชน์และมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น เช่น ทำธุรกรรมการเงิน เรียกรถโดยสาร ผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกับคนปกติโดยไม่มีอุปสรรค”
pananaapp
(แอปพลิเคชัน ‘พรรณา’ ช่วยบรรยายสิ่งอยู่บนหน้าจอ ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถจินตนาการได้เหมือนดูภาพ)
ด้วยฟีเจอร์ ‘การช่วยเหลือในการเข้าถึง’ หรือ Accessibility บนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สมาร์ทโฟนได้ ทำให้ผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นและการได้ยิน ได้รับประโยชน์และใช้งานสมาร์ทโฟนได้ไม่ต่างจากคนปกติ โดยซัมซุงมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนด้วยนวัตกรรม เพื่อก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดต่างๆ ในการใช้ชีวิต และทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้
ที่ผ่านมาซัมซุงได้พัฒนาแอปพลิเคชัน ‘Read for the Blind’ แอปพลิเคชันแรกของโลกที่คิดค้นมาเพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างหนังสือเสียงเพื่อผู้พิการทางสายตา ทั้งยังได้สนับสนุนการอบรมการใช้สมาร์ทโฟนสำหรับผู้พิการทางสายตา สถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนาภายใต้มูลนิธิคนตาบอดไทย เพื่อส่งเสริมทักษะการใช้อุปกรณ์การสื่อสาร ผ่านฟีเจอร์ Accessibility
และเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้ผู้ที่มีความบกพร่องด้านการมองเห็น สามารถใช้สมาร์ทโฟนเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้ชีวิต และได้ร่วมมือกับ “Mint I Roam Alone” เจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง จัดทำโปรเจค “ทริปไร้แสง“ พาผู้พิการทางสายตาไปตะลอนทำกิจกรรมเพื่อลบข้อจำกัดในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการตะลุยรับประทานอาหารหลากหลายเชื้อชาติ ดำน้ำ กระโดดบันจี้จั๊ม กระโดดร่มและปีนเขา

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

ปลอกขาและกายภาพ อุปกรณ์ช่วยสัตว์เลี้ยงพิการเดินได้อีกครั้ง

โรงช่างเเห่งนี้ผลิตกายอุปกรณ์เป็นการเฉพาะ ปลอกขา เเละกายอุปกรณ์เทียมทุกชิ้นทำขึ้นเพื่อใช้กับสัตว์ ส่วนมากเป็นสุนัขเลี้ยง
เดอรริค คามพาน่า (Derrick Campana)
ผู้ก่อตั้งบริษัท Bionic Pets มองว่าผลงานกายอุปกรณ์ต่างๆ ที่เขาคิดค้นขึ้นเป็นงานศิลป์อย่างหนึ่ง เขากล่าวว่าเขาผลิตกายอุปกรณ์เทียมเเต่ละชิ้นขึ้นด้วยมือ ทำขึ้นเองทั้งหมดตั้งเเต่ต้นโดยใช้ปูนปลาสเตอร์เเละประกอบขึ้นจากพลาสติกเเละโฟม ถือเป็นงานศิลป์ในทุกขั้นตอนก็ว่าได้ ผู้สื่อข่าววีโอเอรายงานว่าคามพาน่าใช้อุปกรณ์ที่แปลกไปกว่าเดิมในการผลิตกายอุปกรณ์เทียมเขาบอกว่าใช้งานเตาอบพิซซ่าเตานี้มานาน 16 ปีเเล้ว ช่วยผลิตอุปกรณ์ออกมาเเล้วรวมประมาณ 30,000 ชิ้นให้เเก่สัตว์ชนิดต่างๆ เตาอบนี้ใช้อบพลาสติก
บริษัท Bionic Pets ตั้งอยู่ที่เมือง Sterling ในรัฐเวอร์จีเนีย เป็นหนึ่งในบริษัทราว 10 เเห่งทั่วโลกเท่านั้นที่ผลิตกายอุปกรณ์เทียมที่ออกแบบเฉพาะตัวให้เเก่สัตว์
คุณคามพาน่ากล่าวว่าบริษัทได้ประดิษฐ์ปลอกขาชิ้นเเรกในโลกให้กับอูฐตัวหนึ่งเเละทุกวันๆ เขาได้รับการติดต่อให้ประดิษฐ์กายอุปกรณ์เทียมใหม่ๆ ที่ท้าทายทุกวัน ในปัจจุบัน นิยมนำกายอุปกรณ์ไปใช้กับสัตว์เลี้ยงที่พิการหลากหลายชนิดมากขึ้น
คุณคามพาน่า เจ้าของบริษัท Bionic Pets
บอกว่าเขามีความสุขใจมากจากช่วยเหลือสัตว์โดยในโครงการที่ใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งของเขา คามพานาได้เดินทางไปแอฟริกาเพื่อนำปลอกขาชิ้นหนึ่งไปสวมให้กับช้างป่าชื่อ Jabu ช้างแอฟริกันจากบอสวาน่า คุณคามพาน่าเล่าว่า จาบู ตกลงไปในโพรงปลวก ทำให้ข้อเท้าข้างหนึ่งพลิก เขาจึงประดิษฐ์ปลอกขาช้างขึ้นมาเพื่อให้จาบูสามารถเดินไปไหนมาไหนได้เเละไม่ตกเป็นเหยื่อของสัตว์ล่าเนื้อในป่า
อย่างไรก็ตาม Campana บอกว่าส่วนใหญ่เขาไม่ได้เดินทางไปรักษาสัตว์ด้วยตัวเองเเต่จะจัดส่งชุดกายอุปกรณ์ไปให้กับลูกค้าเพื่อหล่อปลอกขาของสัตว์เพื่อใช้เป็นแบบ เเล้วส่งกลับมายังบริษัทเพื่อทำการผลิตเป็นกายอุปกรณ์เทียมหรือขาเทียมตามแบบที่ส่งมา
คุณคามพาน่าบอกว่าทางบริษัทจัดส่งชุดทำปลอกแม่เเบบไปทั่วโลก ลูกค้าจะส่งปลอกที่หล่อเเบบคือมาทางไปรษณีย์ เมื่อทางบริษัทผลิตเป็นขาเทียมหรือกายอุปกรณ์เทียมเรียบร้อยเเล้ว ก็จะจัดส่งกลับไปยังลูกค้า
คุณลิซ่า โบกิน นำสุนัขเลี้ยงตัวหนึ่งของเธอมาติดปลอกขาข้างหนึ่งพิการหลังจากการผ่าตัดไม่ได้ผล คุณโบกินกล่าวว่าหมาของเธอจะไม่เหมือนหมาปกติทั่วไปเพราะต้องใส่ปลอกขา
สุนัขเลี้ยงที่อายุมากของลูกค้าอีกคนหนึ่งบาดเจ็บเพราะเส้นเอ็นที่หัวเข่าขาด คามพานาประดิษฐ์ปลอกหัวเข่าขึ้นมาเพื่อให้เส้นเอ็นเยียวยาได้ดีขึ้น คุณมิสซี่ เเล็คคาส เจ้าของสุนัขบอกว่าเธออยากให้สุนัขเลี้ยงอายุมากตัวนี้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในชีวิตบั้นปลายของสุนัข
คุณคามพาน่าบอกว่าเขามีความสุขใจทุกครั้งที่ติดปลอกขาให้สุนัขสำเร็จเพราะได้เห็นหมาเริ่มเดินได้อีกครั้ง
(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

“หัวเว่ยจะสร้างประโยชน์ให้ประชากร 500 ล้านคนทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล”

หัวเว่ยจะช่วยให้ประชากรอีก 500 ล้านคนทั่วโลกได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในอีก 5 ปีข้างหน้า ไมเคิล แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี หัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวในงานประชุมของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (UNESCAP) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ
การประชุมคณะกรรมการด้านการขับเคลื่อนทางด่วนข้อมูลในเอเชีย-แปซิฟิก (AP-IS) และการประชุม WSIS ระดับภูมิภาคสมัยที่สาม เริ่มต้นขึ้นวานนี้ ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ
ตามคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (ESCAP) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทบทวนข้อค้นพบจากงานวิจัยล่าสุด การดำเนินการของแผนแม่บทด้าน AP-IS และเอกสารกรอบการทำงานด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค ระหว่างปี 2562 – 2565 โดยประเทศสมาชิกต่างๆ ESCAP และองค์กรพันธมิตรต่างๆ และพูดคุยถึงแนวโน้มและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินการ
มร. แมคโดนัลด์ กล่าวในสุนทรพจน์ของเขาในหัวข้อ “Redefining Inclusion” ว่า “ตามข้อมูลของ GSMA มีประชากรมากกว่า 1 พันล้านคนยังไม่สามารถเข้าถึงบริการบรอดแบนด์ไร้สาย และอีกมีประชากรอีก 3,800 ล้านที่ยังไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งคิดเป็นกึ่งหนึ่งของประชากรทั้งโลก
ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี ของหัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ องค์กรอุตสาหกรรม และพันธมิตรธุรกิจ มาร่วมกันส่งเสริมให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้ประโยชน์จากดิจิทัลด้วย
“เราต้องการแผนที่ดำเนินการได้ในทันที และด้วยความทุ่มเทร่วมกัน พวกเราสามารถทำให้ทุกคนในสังคมมีทักษะด้านดิจิทัลได้” เขากล่าว
“ที่หัวเว่ย เราเชื่อว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี และเราควรใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีเช่นเดียวกัน เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงดิจิทัล เราได้จัดวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน” มร. แมคโดนัลด์ กล่าว “โครงการนี้มีชื่อว่า Tech4ALL ซึ่งจะเน้น 3 ด้านด้วยกันคือ การเชื่อมโยง การนำไปใช้ และทักษะ”
หัวเว่ย ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีและสมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำระดับโลก ได้กล่าวคำมั่นที่จะลดอุปสรรคในเรื่องของต้นทุนและการครอบคลุมของสัญญาณผ่านนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันสำหรับชุมชนและอุตสาหกรรมต่าง ๆ และทำงานร่วมกับรัฐบาล ชุมชนท้องถิ่น และอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพื่อเพิ่มการตระหนักรู้ด้านทักษะดิจิทัลและให้ความช่วยเหลือตามจำเป็น
“ตัวอย่างเช่น ตลอดสิบปีที่ผ่านมา โครงการ Seeds for the Future ของเราได้ช่วยพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่นิสิตนักศึกษากว่า 30,000 คนจาก 100 กว่าประเทศ”
ในประเทศไทย โครงการ “Seeds for the Future” ได้ส่งนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยไทย ไปศึกษาวัฒนธรรมจีนที่กรุงปักกิ่ง พร้อมศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีไอซีทีอันทันสมัยที่เมืองเซินเจิ้น
ในปี 2561 หัวเว่ยได้จัดการแข่งขัน “Huawei ICT Competition Thailand” เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพด้านไอซีที เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาไทยแลนด์ 4.0 และสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงดิจิทัลได้
“ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเริ่มต้น ในอีก 5 ปีข้างหน้า เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ประชากรอีก 500 ล้านคนได้ใช้ประโยชน์โดยตรงจากเทคโนโลยีดิจิทัล”
“นี่คือภารกิจของเรา และเราหวังว่าพวกคุณจะมาร่วมกับเรา เพราะด้วยการร่วมแรงร่วมใจ พวกเราจะสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่คนทุกคน บ้านทุกหลัง และองค์กรทุกแห่ง เพื่อสร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงกันอย่างเต็มรูปแบบ” มร. ไมเคิล แมคโดนัลด์ กล่าว

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

นักวิจัยคิดค้นแอปพลิเคชั่นตรวจ “หูอักเสบในเด็ก” เบื้องต้นโดยไม่ต้องพบแพทย์

คณะนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันได้คิดค้นแอพในโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่ใช้คู่กับกรวยกระดาษในการตรวจอาการหูอักเสบในเด็ก เพื่อช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจว่าควรพาลูกไปพบแพทย์หรือไม่
วารสาร Science Transnational Medicine อธิบายไว้ว่า แอพนี้จะทำงานโดยการเปิดเสียงที่คล้ายๆ กับเสียงร้องของนก ส่งผ่านเข้าไปในช่องหูของเด็กๆ โดยใช้กรวยที่ทำขึ้นมา
เสียงดังกล่าวจะถูกเปิดอยู่เป็นเวลา 1.2 วินาที จากนั้นใช้ไมโครโฟนของโทรศัพท์เพื่อฟังดูว่ามีของเหลวหรือหนองสะสมอยู่หลังแก้วหู ในหูชั้นกลางหรือไม่ ถ้ามีรูปแบบเสียงของเสียงที่สะท้อนกลับมาจะบ่งบอกว่ามีการติดเชื้อ
Shyam Gollakota หัวหน้าห้องปฏิบัติการทดลองที่พัฒนาโครงการนี้ขึ้นมา กล่าวว่า วิธีคิดของแอพนี้ก็เหมือนๆ กับแก้วไวน์ หากเคาะที่แก้วไวน์จะได้เสียงที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับระดับของของเหลวในแก้วไวน์นั้น และว่า จากการใช้แอพนี้ตรวจผู้ป่วยราว 100 คน มีอัตราการประสบความสำเร็จอยู่ที่ 85% และดูเหมือนว่าจะแม่นยำกว่าการให้คุณหมอตรวจด้วยตาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบว่ามีการติดเชื้อแล้ว ผู้ปกครองก็ยังต้องพาบุตรไปพบแพทย์เพื่อยืนยันผลการตรวจและรับใบสั่งยา
Gollakota เปรียบเทียบการใช้แอพนี้ว่า เหมือนกับการใช้ปรอทวัดไข้ เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าควรจะไปพบแพทย์หรือไม่ แอพที่ใช้ตรวจการติดเชื้อในหูนี้ เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ แนวคิดที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือเข้ามาช่วยในเรื่องของสุขภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ผู้คนเผชิญอยู่ทุกวันนี้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง
Shyam Gollakota หวังว่าแอพที่ว่านี้จะได้รับการอนุมัติตามกฎระเบียบภายในสิ้นปีนี้ และสามารถออกวางจำหน่ายได้ภายในต้นปี 2563

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

ซัมซุงเปิดตัว กาแลคซี่ โน้ต 10 สมาร์ทโฟนทรงพลัง ทลายทุกขีดจำกัดเดิมๆ

ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”
ดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนมากให้ความสำคัญกับดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ไม่เพียงแค่ความรู้สึกต่อสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน ดังนั้นทุกองค์ประกอบของกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงถูกออกแบบมาให้มีความโฉบเฉี่ยว บางและเรียบง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้มุ่งความสนใจไปกับคอนเทนต์และใช้เวลากับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่
มีให้เลือก 2 ขนาด
เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน
หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่
ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge)
กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด
หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ
ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด
ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด
เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ
ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notesพร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย
วิวัฒนาการของ S Pen
เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PC หรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox
เชื่อมต่อกับ Windows
กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์
กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์
กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น
เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม
กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย
ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว
หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร
บันทึกวิดีโอหน้าจอ
สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorderที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Pen เพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้
AR Doodle และ 3D Scanner
เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต 10 รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุและเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้
โหมดถ่ายภาพกลางคืน
มื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์
ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน
ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา
Super Fast Charging
ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย
Wireless PowerShare
ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้
เกมมิ่ง
เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้
Hyper-fast Speed
ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE
บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง
ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น

เครดิต : (INNnews) https://www.innnews.co.th

ดึงโซลูชัน NB-IoT ประยุกต์ใช้กับประกันรถ

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กรแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสในฐานะ Digital Life Service Provider จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการเกิดขึ้นของ Business Model ใหม่ๆ
โดยเอไอเอสมีความยินดีที่บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เลือกใช้โซลูชัน NB-IoT Motor Tracker for UBI ในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ของไทยวิวัฒน์ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะสามารถส่งข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่าย NB-IoT เมื่อมีการสตาร์ทและดับเครื่องของรถที่ทำประกันรถเปิด-ปิด ทำให้บริษัทประกันภัยได้รับข้อมูลที่มีความแม่นยำ ถูกต้อง และให้การดูแลลูกค้าขององค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยี NB-IoT มาเสริมศักยภาพการบริการให้กับธุรกิจประกันภัย
ด้านนายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโซลูชัน NB-IoT Motor Tracker for UBI จะทำงานโดยใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงานของยานพาหนะบนเครือข่าย NB-IoT เมื่อมีการสตาร์ทรถยนต์ อุปกรณ์? IoT จะส่งค่า Engine Start ผ่านแพลตฟอร์ม AIS IoT และมาประมวลผลยัง Thaivivat Server
พร้อมแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชัน Thaivivat Motor
เพื่อเริ่มต้นเปิดประกันภัยโดยอัตโนมัติ และเมื่อดับเครื่องยนต์ อุปกรณ์? IoT ก็จะส่งค่า Engine Stop กลับมาอีกครั้ง เพื่อปิดประกันอัตโนมัติ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาเปิด-ปิดด้วยตัวเองอีกต่อไป หรือในกรณีรถอยู่ในพื้นที่ห่างไกล อุปกรณ์จะเก็บข้อมูลไว้ และเมื่อเชื่อมต่อสัญญาณ NB-IoT จะส่งข้อมูลให้กับระบบทันที

เครดิต : (INNnews) https://www.innnews.co.th

นวัตกรรมอัจฉริยะ คอนแทคเลนส์อันแรกของโลกที่ถ่ายภาพ+วิดีโอได้

โดย ศรีสิทธิ์ วงศ์วรจรรย์ : ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีไฮเทคที่เรามักจะเห็นในหนังสายลับต่างๆ จะไม่ได้มีให้เห็นแค่ในจออีกต่อไป แต่เรากำลังจะได้ใช้จริงแล้ว เพราะล่าสุดบริษัท SONY ได้พัฒนาคอนแทคเลนส์ให้เป็นสิ่งของที่มีนวัตกรรมอัจฉริยะมากขึ้น โดยทำให้สิ่งนี้สามารถถ่ายภาพนิ่งและบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ด้วยการกะพริบตาเท่านั้น
โดยบริษัท SONY ได้นำเทคโนโลยี Nikola Tesla มาพัฒนากับตัวคอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้ ซึ่งในคอนแทคเลนส์จะประกอบไปด้วยการถ่ายภาพ ชุดคุมส่วนกลาง เสาอากาศ พื้นที่เก็บคลังข้อมูล และเซ็นเซอร์ ซึ่งมีการทดลองจนประสบความสำเร็จ และได้ทำการยื่นขอจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีนี้ขึ้น
ในส่วนของการทำงานของคอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้ จะทำการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเวลาที่กะพริบตาเพื่อตั้งใจถ่ายภาพ โดยจะมีเซ็นเซอร์เพื่อแยกว่าตอนไหนคือการกะพริบตาปกติแบบไม่รู้ตัว และเวลาไหนคือการกะพริบตาเพื่อตั้งใจถ่ายภาพ โดยทาง SONY ได้อธิบายไว้ว่า ปกติแล้วคนเราจะกะพริบตา 0.2 – 0.4 วินาที ต่อครั้ง แต่หากเรากะพริบตาเกินกว่า 0.5 วินาที ต่อครั้ง ซึ่งถือว่าผิดปกติจากการกะพริบตาของมนุษย์ จะทำให้คอนแทคเลนส์ทำการบันทึกภาพและภาพเคลื่อนไหวในตอนนั้น
นอกจากนี้คอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้ยังทำงานแบบไร้สาย โดยใช้คลื่นวิทยุกับการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าของเทคโนโลยี Nikola Tesla มาทำให้เป็นการทำงานแบบไร้สาย ซึ่งแหล่งพลังงานจะมาจากสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อ ซึ่งจะสามารถทำการซูมและโฟกัสอัตโนมัติได้ด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม คอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้น่าจะยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบต่างๆ เพื่อให้มั่นใจและแน่ใจว่าปลอดภัย มีความเหมาะสม และเป็นนวัตกรรมชั้นดีที่พร้อมจะออกสู่ตลาดให้เราได้ใช้มันจริงๆ

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

หัวเว่ย เปิดตัว Ascend 910 โพรเซสเซอร์ AI ทรงพลังที่สุดในโลก และ MindSpore เฟรมเวิร์กการประมวลผล AI

หัวเว่ยเปิดตัว Ascend 910 โพรเซสเซอร์ AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก และ MindSpore เฟรมเวิร์กการประมวลผล AI สำหรับทุกสถานการณ์
“โครงการของเรามีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ที่เราประกาศกลยุทธ์ที่มุ่งเน้น AI ไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว” มร. อีริค สวี่ ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระ กล่าว “ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เราได้ให้สัญญาไว้ว่าจะสร้างพอร์ตโฟลิโอ AI ที่ครบวงจรสำหรับทุกสถานการณ์ และวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว ด้วยการเปิดตัว Ascend 910 และ MindSpore การเปิดตัววันนี้นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นจากกลยุทธ์ AI ของหัวเว่ย”
มร. อีริค สวี่ ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระ ประกาศการเปิดตัว Ascend 910 โพรเซสเซอร์ AI และ MindSpore เฟรมเวิร์กการประมวลผล AI
Ascend 910
ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่เหนือกว่าโพสเซสเซอร์ AI ทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้ Ascend 910 เป็นโพสเซสเซอร์ AI ใหม่จากชิปเซ็ตในซีรีส์ Ascend-Max ของหัวเว่ย โดยหัวเว่ยได้ประกาศสเปกที่คาดไว้ของโพสเซสเซอร์ตัวนี้ในงานหัวเว่ย คอนเน็กต์ 2018 หลังจากที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าโพรเซสเซอร์ Ascend 910 บรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพโดยใช้พลังงานน้อยกว่าที่คาดไว้มาก
ในการทดสอบจำนวนจุดลอยตัวแบบฮาล์ฟ เพรซิชั่น (FP16) Ascend 910 ทำความเร็วเท่ากับ 256 เทราฟล็อปส์ และทำความเร็วเท่ากับ 512 เทราฟล็อปส์ สำหรับการคำนวณอินเทอเจอร์ เพรซิชั่น (INT8) นอกจากประสิทธิภาพจะเหนือกว่าแบบเทียบกันไม่ติดแล้ว อัตราการใช้พลังงานสูงสุดของ Ascend 910 ยังอยู่ที่ 310 วัตต์อีกด้วย ซึ่งน้อยกว่าสเปกที่คาดการณ์ไว้ที่ 350 วัตต์
“Ascend 910 ทรงพลังกว่าที่เราคิดไว้มาก” มร. สวี่ กล่าว “พลังในการประมวลผลของตัวนี้นั้นเหนือกว่าโพสเซสเซอร์ AI ตัวอื่นๆ ในโลกแบบไม่ต้องสงสัย”
Ascend 910 นำมาใช้ในการเทรนโมเดล AI ในเซสชันการเทรนปกติโดยอิงจาก ResNet-50 เมื่อใช้ Ascend 910 และ MindSpore ร่วมกัน การเทรนโมเดล AI จะเร็วขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับการ์ดการเทรนอื่นๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายผ่าน TensorFlow
ในอนาคต หัวเว่ยจะยังลงทุนกับโพรเซสเซอร์ AI เพื่อมอบพลังการประมวลผลที่สมบูรณ์ เข้ากับทุกสถานการณ์ และมีราคาที่เหมาะสม ตลอดจนตอบสนองความต้องการในสถานการณ์ที่หลากหลาย (เช่น เอจคอมพิวติ้ง การประมวลผลในยานพาหนะสำหรับการขับขี่อัตโนมัติ และการเทรนโมเดล)
หลังจากที่เปิดตัวไปก็เริ่มมีการใช้งาน Ascend 310 ในผลิตภัณฑ์และบริการคลาวด์รูปแบบต่างๆ เช่น โมบายดาต้าเซ็นเตอร์ (MDC) ของหัวเว่ย ซึ่งใช้ Ascend 310 ก็ได้ให้บริการแก่ผู้ผลิตยานพาหนะชั้นนำหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ชัทเทิลบัส ยานพาหนะพลังงานใหม่ และการขับขี่อัตโนมัติ ตอนนี้ การ์ดและเซิร์ฟเวอร์เร่งความเร็วในซีรีส์ Atlas ที่ขับเคลื่อนโดย Ascend 310 นั้นเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันในอุตสาหกรรมนับสิบรายการ (เช่น ระบบขนส่งแบบสมาร์ทและสมาร์ทกริด) ซึ่งพัฒนาโดยพันธมิตรหลายสิบราย
Ascend 310 ยังเข้ามามีส่วนช่วยบริการหัวเว่ยคลาวด์ ในด้านการวิเคราะห์รูปภาพ การแปลงภาพเอกสารให้กลายเป็นข้อความ (OCR) และการวิเคราะห์วิดีโออัจฉริยะ ตอนนี้มี API กว่า 50 รายการที่ใช้บริการเหล่านี้ ณ ตอนนี้ จำนวนการเรียก API ต่อวันมีจำนวนเกิน 100 ล้านครั้งแล้ว และคาดว่าจะเป็น 300 ล้านครั้งภายในสิ้นปี 2019 มีบริษัทกว่า 100 แห่งที่กำลังใช้ Ascend 310 เพื่อพัฒนาอัลกอริทึมของตนเอง

ModelArts ของหัวเว่ยมอบบริการการพัฒนาโมเดลที่ทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล การพัฒนาโมเดล ไปจนถึงการเทรนและการนำโมเดลไปใช้งาน ณ ตอนนี้ มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์กว่า 30,000 รายที่ใช้ ModelArts จัดการการเทรนกว่า 4,000 งานต่อวัน (รวมทั้งหมด 32,000 ชั่วโมงการเทรน) จากงานทั้งหมด มีงาน 85% ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลภาพ 10% เป็นการประมวลผลข้อมูลเสียง และ 5% เกี่ยวข้องกับแมชชีนเลิร์นนิง
ด้วยการเปิดตัว Ascend 910 และ MindSpore หัวเว่ยได้เผยให้เห็นองค์ประกอบหลักของพอร์ตโฟลิโอ AI แบบครบวงจรสำหรับการใช้งานทุกสถานการณ์ “ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน เราได้ให้สัญญาไว้ว่าจะสร้างพอร์ตโฟลิโอ AI ที่ครบวงจรสำหรับทุกสถานการณ์ และวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว” มร. สวี่ กล่าว การเปิดตัวในวันนี้เป็นก้าวใหม่ที่สำคัญในโรดแมปด้าน AI ของหัวเว่ย และยังเป็นดั่งการเริ่มต้นใหม่อีกด้วย
ในช่วงท้ายของการนำเสนอ มร. สวี่ กล่าวเสริมว่า หัวเว่ยจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AI ที่สะเทือนวงการเพิ่มอีกที่งานสัมมนาที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่าง หัวเว่ย คอนเน็กต์ 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่ 18-20 กันยายน 2019 หัวเว่ยจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตร เพื่อการมีการใช้งาน AI ในวงกว้างและทำให้คนเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น พร้อมนำประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่คนทุกคน บ้านทุกหลัง และองค์กรทุกแห่ง

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com